A-SET ยารักษาฝีคัณฑสูตรและฝีที่ก้น : ตำรับสมุนไพรต้านการอักเสบ ลดปวด ขับหนอง บริเวณ ขอบ และ รูทวาร
หมวดหมู่สินค้า :
฿ 2,250
ราคาปกติ ฿ 4,470
สถานะสินค้า : พร้อมส่ง EMS ฟรี
A-SET ยารักษาฝีคัณฑสูตรและฝีที่ก้น สูตรสมุนไพรช่วยลดการอักเสบ ปวด บวม เป็นหนอง อันดับ ๑ เรื่องยารักษาฝีที่ขอบและรูทวาร ไม่ต้องผ่าตัด!
ตำรับยาสมุนไพรรักษาฝีคัณฑสูตร และน้ำเหลืองเสีย ที่ครองตลาดเป็นอันดับ 1 ตลอดกาล เราเชี่ยวชาญด้านการรักษาฝีคัณฑสูตรและฝีที่ก้น ซึ่งมีต้นเหตุมาจากอาการน้ำเหลืองเสีย ด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ ด้วยประสบการณ์รักษาผู้ป่วยฝีมามากกว่า 10,000 คน ทำให้ Poonrada พัฒนายารักษาฝีจนเกิดเป็นชุด A-SET ที่สามารถ รักษาฝีคัณฑสูตร และ ฝีที่ก้นได้อย่างครอบคลุม ทั้งอาการอักเสบ ปวด บวม เป็นหนอง ใน 3 ขั้นตอน ฝีหายได้จริง! ภายใต้การดูแล แนะนำ และติดตามอาการจากแพทย์แผนไทยของปุณรดา ทำให้คนไข้มีความรู้ในการป้องกันการเกิดซ้ำของฝี อาการที่เคยเป็นจึงสามารถหายขาดได้ การันตีคุณภาพ และความพึงพอใจจากรีวิวลูกค้า หัวฝีแห้ง ฝ่อ ยุบลงได้ ไม่ต้องผ่าตัด! *เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์แรก และหายขาดเมื่อปรับพฤติกรรมตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด!
ฝีคัณฑสูตร (Anal Fistula) คือ ภาวะที่มีทางเชื่อมระหว่างภายในทวารหนักกับผิวหนังรอบๆ อาจมีหนองหรือของเหลวไหลตลอดเวลา ทำให้ปวดหรือเกิดอาการอักเสบเรื้อรัง ส่วน ฝีที่ก้น อาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อบริเวณผิวหนังรอบทวารหนัก ซึ่งมีลักษณะคล้ายฝีทั่วไปแต่เกิดในจุดที่บอบบาง ใกล้กับต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน
ปวดหรือแสบบริเวณก้น โดยเฉพาะเวลานั่งหรือขับถ่าย
มีหนองไหลหรือมีเลือดปน
ก้นบวมแดงหรือมีตุ่มนูน
รู้สึกคันหรือระคายเคืองตลอดเวลา
สิ่งสำคัญ: การปล่อยให้ฝีลุกลามอาจทำให้รุนแรงขึ้นจนเกิดแผลใหญ่ หรืออาจต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ดังนั้นควรดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ
เป็นตำรับยาสมุนไพรที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ถูกคิดค้น และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน มุ่งรักษาที่ต้นเหตุของโรค รวมถึงการดูแลอย่างใกล้ชิด และ ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องแก่คนไข้ จาก Poonrada เมื่อนำไปปรับใช้อย่างต่อเนื่องควบคู่กับทานสมุนไพร โรคจึงสามารถรักษาหายขาดได้ โดยไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ส่วนประกอบสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ 100% โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ปราศจากสารสเตียรอยด์ และได้มาตรฐาน GMP
1. ต้านการอักเสบและลดเชื้อหนองได้จริง
สูตรสมุนไพรของ A-SET อุดมไปด้วยสารสำคัญที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยลดการสะสมของหนอง พร้อมลดอักเสบ บวม แดงได้อย่างตรงจุด
2. ฟื้นฟูเนื้อเยื่ออย่างปลอดภัย
ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือสารเคมีรุนแรง จึงไม่ทำให้ผิวบางหรือเกิดผลข้างเคียงในระยะยาว
3. ตอบโจทย์คนกังวลผลข้างเคียงยาแผนปัจจุบัน
ถ้าคุณเคยใช้ยาแก้อักเสบหรือยาฆ่าเชื้อแล้วมีอาการข้างเคียง A-SET จึงเป็นทางเลือกสมุนไพรที่อ่อนโยนกว่า
1. รักษาอาการ ปวด บวม แดง ที่เกิดจาก ฝีคัณฑสูตร ฝีที่ก้น
2. ช่วยระบายหนอง และ ของเสียที่สะสม ออกจากร่างกาย
3. ช่วยฆ่าเชื้อหนอง และแบคทีเรีย ตัดช่องทางการกัดเซาะของหนองให้หายไป ลดสาเหตุของการอักเสบ
4. กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ให้แข็งแรงบริเวณที่หนองกัดเซาะ หรือ ถูกคว้านเนื้อ ให้กลับมาเต็มสมบูรณ์
5. ลดการเกิดฝีใหม่ ฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน ให้สมบูรณ์แข็งแรงขึ้น
6. ช่วยขับลม ลดความดันบริเวณช่องท้อง แก้อาการเส้นเลือดดำขอด โป่ง พองบริเวณทวารหนัก ลดสาเหตุที่ทำให้หัวฝีปวดบวมได้
7. ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณหูรูดที่หดเกร็ง ให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ
8. ช่วยสมานแผลให้แห้งเร็วขึ้น หัวฝีปิดสนิทได้
9. ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณทวารหนัก ให้ไหลเวียนได้ดี
1. B-TREAT ยาสมุนไพรรักษาน้ำเหลืองเสีย บรรจุ 90 แคปซูล (จำนวน 1 กระปุก)
วิธีทาน ทานก่อนอาหารเช้า กลางวัน และ เย็น /ก่อนอาหาร 10-15 นาที/ มื้อละ 3 แคปซูล
2. ผงแช่ก้น SO FIN ขนาด 200g. (จำนวน 1 กระปุก)
วิธีใช้
1. ตักผงแช่ 2 ช้อน ใส่ลงในกะละมัง
2. เทน้ำร้อนลงไปในกะละมังเพื่อละลายตัวยา คนให้ตัวยาผงละลาย เทน้ำปกติผสมลงไปให้น้ำอุ่นขึ้น(น้ำควรอุ่นพอประมาน ยังพอมีความร้อน เอามือจุ่มแล้วรู้สึกสบาย) ปริมาณพอให้ท่วมก้น
3. แช่ทิ้งไว้ 10-15นาที
4. ล้างทำความสะอาดก้น
5. เช็ดก้นให้แห้ง
คำแนะนำ
แช่เมื่อมีอาการบวม ปวด หรือรู้สึกไม่สบายที่ทวารหนัก แช่ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
3. B-LIZ 2 ยาน้ำมันบีลิส2 ทาฝี ขนาด 10 ml. (จำนวน 1 ขวด)
วิธีใช้ ใช้ทาทุก 4 ชั่วโมง หรือ หลังอาบน้ำตอนเช้า และ เย็น *หยดตัวยาลงบนปลายนิ้วมือ ทารอบๆ บริเวณหัวฝี รูหนอง ทางที่หนองไหล และบริเวณแผล
คำแนะนำ
1. หากยังมีหนอง หรือ น้ำเหลืองไหล ออกจากหัว หรือ รูฝี ควรทายารอบๆ บริเวณหัว หรือ รูฝีก่อน ไม่แนะนำให้ทาปิดบริเวณหัว หรือ รูฝีเพราะจะเป็นการปิดกั้นทางระบายของหนอง และ ของเสีย
2. ควรล้างมือ และ ทำความสะอาดทวารหนัก ซับก้นให้แห้งทุกครั้งก่อนทายา
"คุณหมอบอกว่าต้องผ่าตัดอีกครั้ง เลยบอกหมอว่ายังไม่พร้อม หลังจากลองซื้อยา A-Set มากิน หมอนัดไปพบอีกครั้ง หมอตกใจ หัวฝียุบไปไหน"
"ดีใจมากเลย แฟนหายปวดฝีแล้ว น้ำหนอง น้ำเหลือง แห้งหมด ยาดีจริงๆ ถ่ายดีด้วย"
"ที่ผ่านมาผ่าตัดมา 4 ครั้ง ไม่น่าเชื่อจากที่บวมมากๆ เหมือนทุกครั้งที่ต้องผ่า พอลองทานสมุนไพรที่สั่งมา หนองยุบหมดเลยค่ะ"
"ดีขึ้นเยอะเลยครับ ก้อนแข็งๆเล็กลงมาก นั่งไปปกติมากครับ"
"ทานไป 3-4 วัน หนองหาย แผลแห้งเล็กลง แล้วก็หายไปเองค่ะ"
ดูรีวิว ผลการรักษาฝีคัณฑสูตรและฝีที่ก้น ด้วยชุดสมุนไพร A-SET คลิกที่นี่!
คำตอบจากคุณหมอแพทย์แผนไทย : ฝีคัณฑสูตร เป็น ชื่อฝีชนิดหนึ่ง มักเป็นที่บริเวณขอบทวารหนักจึง เรียกอีกชื่อนึงว่า “ฝีขอบก้น” ฝีชนิดนี้เกิดจาก ต่อมข้างทวารหนักที่มีหน้าที่ผลิตเมือกบริเวณรอบทวารหนัก เกิดการอุดตัน ติดเชื้อแบคทีเรียในอุจจาระจนเกิดการอักเสบ พบได้ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง เวลาที่เวลาที่เริ่มเป็นเรื้อรัง จะไม่ได้อยู่เฉพาะบริเวณ ขอบทวาร แก้มก้น แต่สามารถลามไปเป็น ฝีข้างอัณฑะ ฝีที่ก้นกบ ได้ด้วย
คำตอบจากคุณหมอแพทย์แผนไทย : ฝีคัณฑสูตรจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือ เฉียบพลัน และเรื้อรัง
- แบบเฉียบพลันคนไข้ก็จะมีอาการไม่นาน เพิ่งเริ่มมีอาการไม่นาน ไม่เกิน 1 เดือน ฝีจะยังไม่มีรากฝี ไม่ติดเชื้อไปส่วนอื่น และลุกลามแผ่ไปจนเป็นรากฝี มักเป็นตำแหน่งเดียว ในการรักษาก็จะสามารถหายได้เร็วกว่าแบบเรื้อรัง
- แบบเรื้อรัง จะมีอาการมานานมากกว่า เกิดจากการที่ปล่อยไว้ ไม่รักษา ทำให้อาการเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง สามารถที่จะลุกลาม มีรากฝีชอนในอยู่ภายในชั้นกล้ามเนื้อ และเกิดเป็นได้หลายจุด หรือเกิดที่ตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ ทำให้ต้องใช้เวลาในการรักษามากกว่า
คำตอบจากคุณหมอแพทย์แผนไทย : อาการที่เด่นชัดของฝีคัณฑสูตรจะคล้ายกับฝีปกติคือ เป็นก้อน บวม แดงอักเสบใต้ผิวหนัง เมื่อมีหนอง ของเสียภายในเพิ่มขึ้น จะบวมแดงมาก จนแตกออกมาเป็นแผล มีหนอง น้ำเหลือง เลือดไหลออกมาจากแผลได้
โดยอาการฝีมักจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 : เจ็บๆ ตึงๆ ที่ผิว หรือเจ็บใต้ชั้นผิว มีอาการท้องผูก หรือท้องเสีย และแสบที่ทวารหนักร่วมด้วย
ระยะที่ 2 : มีก้อนแข็งๆ เป็นไตๆ ขึ้นที่บริเวณแก้มก้น ผิวใกล้ทวารหนัก ข้างรูทวารหนัก อาจมีอาการปวด บวม อักเสบ หรือมีมูกเมือกใส ขาวขุ่น ไหลออกมาจากทวารหนัก
ระยะที่ 3 : มีอาการปวด บวม บริเวณทวารหนักอยู่ตลอดเวลา มีหนองไหล หรือน้ำเหลืองไหลซึมออกจากรูเปิดที่ผิวหนังแบบเรื้อรัง (บางครั้งอาจมีเลือดปน) หรือมีอาการคันร่วมด้วย และผิวหนังรอบๆ รูเปิด จนเกิดอาการแดงอักเสบ
โดยหากเป็นฝีคัณฑสูตรแล้วปล่อยไว้ไม่รักษา มีโอกาสที่จะทำให้อาการกลับมาเป็นใหม่ได้ เพราะสาเหตุสำคัญที่ทำให้อาการกำเริบ เกิดจาก 1. ร่างกายภายในอ่อนแอ ร่วมกับ 2. ไปเจอปัจจัยกระตุ้น ทำให้เกิดการติดเชื้อ เช่น ท้องผูก ท้องเสีย ทานอาหารแสลง ติดเชื้อจากการเข้าห้องน้ำสาธารณะ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักแล้วเกิดแผล เป็นต้น ดังนั้นควรรีบรักษาเพื่อไม่ให้อาการลุกลามจนเป็นเรื้อรังนะคะ
คำตอบจากคุณหมอแพทย์แผนไทย : มีวิธีสังเกตง่าย ๆ ตามนี้เลยค่ะ
ริดสีดวงทวาร | ฝีคัณฑสูตร |
เป็นก้อนที่ยื่นออกมาจากรูทวาร หรืออยู่ที่ขอบนอกของรูทวาร ติดกับหูรูด | มักจะไม่มีก้อนยื่น เป็นลักษณะของอาการปวด บวม แดง ใต้ผิวหนัง |
มักคลำได้เป็นก้อนนิ่ม | คลำพบเป็นก้อนไตแข็งใต้ผิวหนัง หรือบริเวณแผล |
เวลาปวดอักเสบไม่ร้าวไปบริเวณอื่น | เวลาปวดมักจะร้าวไปทั่วทั้งก้น โดยเฉพาะตอนขับถ่ายจะปวดมากขึ้น |
ถ่ายปนเลือด | เวลาแผลแตกจะมีหนอง น้ำเหลือง ปนเลือดไหลออกมา |
แต่หากคนไข้คนไหนอ่านแล้วมีข้อสงสัย ทักมาแจ้งอาการกับหมอได้เลยนะคะ หมอจะช่วยประเมินอาการให้ค่ะ
คำตอบจากคุณหมอแพทย์แผนไทย : ในทางการแพทย์แผนไทย จะไม่มีการรักษาด้วยการผ่าตัดนะคะ เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน ระบบน้ำเหลือง และ พฤติกรรมที่เป็นปัจจัยกระตุ้นอาการ ดังนั้นไม่ว่าคนไข้จะเลือกการรักษาด้วยวิธีใดก็ตาม หากไม่เข้าใจถึงต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรค ก็มีโอกาสที่จะกลับมามีอาการอีกได้ วิธีที่จะรักษาอาการฝีคัณฑสูตรให้หายสนิท รวมไปถึงการหายขาดโดยไม่กลับมาเป็นซ้ำ จะต้องไปแก้ที่ต้นเหตุค่ะ
คำตอบจากคุณหมอแพทย์แผนไทย : ในการรักษาของปุณรดายาไทย จะบอกกับคนไข้ที่รักษากับเราเสมอค่ะว่า การเข้าไปรักษาที่ต้นเหตุ ต้องเกิดจากความเข้าใจในตัวโรค ธรรมชาติของตัวคนไข้เอง และการมีวินัยร่วมด้วย เพราะการรักษาจะใช้ส่วนที่สำคัญ 2 ส่วนคือ
1. ตำรับยารักษาที่ตรงกับอาการ เพื่อเข้าไปฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัยและระบบน้ำเหลืองโดยตรง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดฝีคัณฑสูตร
2. การร่วมมือของคนไข้ ในการปรับพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุที่กระตุ้นอาการ เช่น
- การงดทานอาหารแสลง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก คนไข้หลายคนมักจะมีความไม่เข้าใจในด้านนี้ อาหารที่เราแนะนำให้งด ก็ล้วนเป็นอาหารที่สร้างผลเสียต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์เนื้อแดง อาหารแปรรูป ของมันของทอด กะทิ เบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์จากนม ที่ไขมันสูง เพิ่มคลอเรสเตอรอลในเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี จนเกิดอาการอักเสบ หรือ ของหมักดอง ที่มีปริมาณน้ำตาลและเกลือที่สูง ทำให้เกิดอาการบวมที่แผล และทำให้แผลหายช้าจากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น การงดอาหารเหล่านี้จะไปทำให้ขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูแผล ยิ่งเรากินไปมากเท่าไหร่ ก็จะไปขัดกับการรักษา ทำให้อาการหายได้ช้าลงมากขึ้น
- การพักผ่อนไม่เป็นเวลา นอนดึก ความเครียด ความกังวล พฤติกรรมนี้ส่งผลต่ออาการฝีคัณฑสูตรโดยตรง เพราะเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เม็ดเลือดขาวที่มีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูรักษาแผล กำจัดเชื้อโรค สิ่งสกปรกทำได้ไม่ดี ทำให้อาการหายช้าได้
- การอยู่ในท่าเดิมเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น การนั่งทำงานนาน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิต, การขับรถเป็นเวลานาน ผู้ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นประจำ คนไข้ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถทุกชั่วโมง เพื่อลดการกดทับบริเวณฝีคัณฑสูตร ลดอาการคั่งของของเสีย ที่ไม่สามารถขับออกได้ตามปกติจากการที่อยู่ในท่าเดิมนาน ในผู้ที่ต้องขับรถ/ขี่จักรยานยนต์เป็นอาชีพควรหาเบาะรอง เพื่อลดความร้อนและการกดทับทีแผล
- และพฤติกรรม อื่น ๆ
เมื่อทั้ง 2 ส่วนประกอบกันทั้งตัวยาและความร่วมมือจากคนไข้ จะทำให้อาการหายสนิทได้ ไม่เพียงหายสนิทจนไม่มีแผล ไม่มีก้อนไตแข็ง กำจัดรากฝีภายในออกจนหมด การฝึกวินัยเรื่องพฤติกรรมจะยิ่งทำให้อาการหายได้ในระยะยาว เพราะคนไข้เองจะเริ่มเข้าใจว่ามีปัจจัยใดบ้างสำหรับร่างกายตัวเองที่กระตุ้นให้อาการกลับมา วิธีนี้จะช่วยให้ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของอาการได้นะคะ
หลังจากทานยา 10-15 วัน ช่วงนี้จะเป็นช่วงของการขับของเสีย สิ่งที่จะสังเกตเห็นได้คือ อาจจะมีเชื้อหนอง เชื้อฝีขับออกมา อาการที่เป็นก่อนหน้า บรรเทาลง และ ดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการหนัก-เบา และการปรับตัวของแต่ละบุคคล ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการรักษา ได้แก่ อาหารแสลง และ พฤติกรรมเสี่ยงค่ะ
การรักษาให้หายสนิท และไม่กลับมากำเริบอีก จะใช้ระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 2-4 เดือน ส่วนนี้จะมีปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการรักษา คือ การดูแลเรื่องอาหาร และ พฤติกรรม ที่จะกระตุ้นให้เกิดฝีใหม่ ซึ่ง 2 เรื่องนี้สำคัญมากถึง 80% ส่วนอีก 20% เป็นหน้าที่ของสมุนไพรที่จะเข้าไปรักษา ป้องกัน พร้อมฟื้นฟูระบบภายใน เมื่อดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคู่กับ การทานสมุนไพรที่ช่วยในการรักษาและเสริมสร้างระบบภูมิต้านทาน เพียงเท่านี้อาการฝีที่เป็นเรื้อรังมา ก็สามารถหายสนิทได้ค่ะ^^
การรักษาฝีให้หายขาดนั้น ปัจจัยหลักคือ
1.) เรื่องของพฤติกรรม ควรลด และ งด พฤติกรรมเสี่ยง
2.) การดูแลสุขภาพ เรื่องอาหาร ความสะอาด และ การพักผ่อน
สมุนไพร มีสรรพคุณ ในการรักษาฝีที่กำเริบให้หายและช่วยลดโอกาสในการเกิดฝีใหม่ ถ้าฝีที่เป็นอยู่หายแล้ว และดูแลสุขภาพต่อเนื่อง ฝีก็ไม่กลับมากำเริบอีก แบบนี้เรียกได้ว่าหายสนิทนะคะ แต่ถ้าฝีหายแล้วแต่กลับไปมีพฤติกรรมการเหมือนเดิม ละเลยการดูแลสุขภาพและความสะอาด ฝีใหม่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นหากได้รับความร่วมมือที่ดี ฝีก็สามารถหายขาดได้ค่ะ
สั่งซื้อ สมุนไพรรักษาฝีคัณฑสูตร A-Set
ติดต่อ : 02-1147027 , 089-7992465
Line ID : @poonrada
Inbox : www.facebook.com/PoonradaYaThai
ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร
"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"
แพทย์แผนไทย
" ความมั่งคั่งที่แท้จริง จะเกิดขึ้นได้ เมื่อเรามีสุขภาพกายและใจที่ดี สมดุล แข็งแรง "